MBTI คืออะไร
J กับ P ต่างกันอย่างไร
J กับ P คือแกนที่ตอบว่าคุณจัดการโลกภายนอกยังไง คนสาย J อยากปิดเรื่องให้จบและมีแผน ส่วนคนสาย P อยากเปิดทางเลือกไว้ให้นานที่สุด แกนนี้เห็นผลชัดที่สุดในชีวิตประจำวันร่วมกัน
J คือ Judging ชอบให้เรื่องจบ
คนสาย J รู้สึกสบายใจเมื่อมีแผนและรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เขามักตัดสินใจเร็วเพื่อจะได้เดินหน้าต่อ และไม่ชอบความค้างคา
คำว่า Judging ไม่ได้แปลว่าชอบตัดสินคนอื่น แต่หมายถึงชอบใช้กระบวนการตัดสินใจกับโลกภายนอกจนได้ข้อสรุป
P คือ Perceiving ชอบเปิดทางเลือก
คนสาย P สบายใจกับความยืดหยุ่นและมักรู้สึกว่าการปิดตัวเลือกเร็วเกินไปคือการเสียโอกาส เขาทำงานได้ดีเมื่อปรับตามสถานการณ์ได้
คำว่า Perceiving ไม่ได้แปลว่าไม่มีวินัย แต่หมายถึงยังอยู่ในโหมดรับข้อมูลและยังไม่รีบสรุป
เห็นชัดที่สุดตอนอยู่ด้วยกัน
- วางแผนเที่ยว J อยากจองทุกอย่างล่วงหน้า ส่วน P อยากไปถึงแล้วค่อยดูว่าจะทำอะไร
- ทำงานส่งเดดไลน์ J เริ่มเร็วและทยอยทำ ส่วน P มักเร่งช่วงท้ายเพราะแรงกดดันช่วยให้โฟกัส
- ของในบ้าน J จัดเป็นหมวดหมู่ ส่วน P มีระบบของตัวเองที่คนอื่นอาจดูไม่ออก
- แผนเปลี่ยนกะทันหัน J รู้สึกกระวนกระวายจนกว่าจะมีแผนใหม่ ส่วน P มักรู้สึกโล่งขึ้น
อยู่ร่วมกันโดยไม่ต้องเปลี่ยนกัน
ความขัดแย้งของแกนนี้แก้ได้ด้วยการตกลงกันว่าเรื่องไหนต้องมีแผนแน่นอนและเรื่องไหนปล่อยยืดหยุ่นได้ แทนที่จะพยายามทำให้อีกฝ่ายเป็นเหมือนตัวเอง
ในการทำงาน วิธีที่ได้ผลคือกำหนดจุดตัดสินใจให้ชัดว่าเราจะเลือกกันวันไหน คนสาย J จะได้รู้ว่าเมื่อไหร่จะจบ และคนสาย P จะได้มีพื้นที่สำรวจทางเลือกก่อนถึงวันนั้น
คำถามที่พบบ่อย
J กับ P ต่างกันอย่างไร
J ชอบวางแผนและปิดเรื่องให้จบ ส่วน P ชอบเปิดทางเลือกไว้และปรับตามสถานการณ์
J แปลว่าชอบตัดสินคนอื่นหรือเปล่า
ไม่ใช่ Judging ในที่นี้หมายถึงการใช้กระบวนการตัดสินใจกับโลกภายนอกจนได้ข้อสรุป ไม่เกี่ยวกับการตัดสินผู้อื่น
P แปลว่าไม่มีวินัยใช่ไหม
ไม่ใช่ คนสาย P จำนวนมากทำงานเสร็จตรงเวลา เพียงแต่ใช้จังหวะการทำงานต่างออกไป โดยมักเร่งในช่วงที่แรงกดดันช่วยให้โฟกัส
ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นบุคลิกไหน
ทำแบบทดสอบ MIND QUEST 44 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ได้ผลพร้อมคำอธิบายทันที
เริ่มทำแบบทดสอบ